วิเคราะห์แฟรนไชส์ไทย ปี 2569 มุมมองจาก Gnosis: ปีแห่งการคัดกรอง ไม่ใช่ปีแห่งการลองผิดลองถูก
ปี 2569 ไม่ใช่ปีที่เศรษฐกิจไทยพุ่งแรง แต่ก็ไม่ใช่ปีที่หยุดนิ่ง
จากการรวบรวมมุมมองของสำนักวิจัยเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ภาพที่เห็นตรงกันคือ “โตช้า แต่ยังไปต่อได้” ทว่าเงื่อนไขของความอยู่รอดในภาคธุรกิจ—โดยเฉพาะธุรกิจแฟรนไชส์—เข้มงวดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
บทความนี้ จีโนซิส ขอสรุปเกมเศรษฐกิจปี 2569 วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคและนักลงทุนแฟรนไชส์ และอธิบายกรอบคิดที่ใช้ประเมินว่า “แฟรนไชส์แบบไหนจะรอด และต้องเตรียมตัวอย่างไร”
1) ภาพรวมเศรษฐกิจปี 2569: โตช้า แต่พื้นที่พลาดแคบลง
ข้อมูลคาดการณ์จากหลายสำนักวิจัยสะท้อนภาพเดียวกันว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะขยายตัวในกรอบต่ำ
• สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประเมิน GDP ไทย อัตราการเติบโตประมาณ 1–2%
• ธนาคารแห่งประเทศไทย มองว่าเศรษฐกิจยังฟื้นแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยกำลังซื้อยังเปราะบาง
• International Monetary Fund ให้ภาพสอดคล้องกันว่าไทยยังโตต่ำกว่าศักยภาพจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง
ประเด็นที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ
• หนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง (85% ต่อ GDP) ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย ยังไม่นับรวมหนี้นอกระบบ และหนี้ที่เกิดจากกลยุทธ์การตลาดของ E-Commerce ที่เรียกว่า ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง (Buy Now Pay Later) ซึ่งกระทบกับลูกค้ารายย่อย
• ต้นทุนธุรกิจ (แรงงาน วัตถุดิบ ค่าเช่า) ปรับสูงขึ้น
• การแข่งขันรุนแรงขึ้น ทั้งจากแบรนด์ในประเทศและต่างชาติ เกิดจากการย้ายตลาดจากกำแพงภาษี

จีโนซิสมองว่า ตลาดยังไม่ปิด แต่ไม่เปิดพื้นที่ให้ลองผิดลองถูกมากนัก ใครบริหารต้นทุนไม่ดี ใครระบบไม่พร้อม จะถูกคัดออกเร็วขึ้น
กลยุทธ์ธุรกิจ ปี 2569
แฟรนไชส์ที่อยู่รอด ไม่ใช่แค่ “เปิดได้”
แต่ต้อง
✔️ System มีระบบที่คุมต้นทุนได้ (เข้าใจระบบซัพพลายเชน)
✔️ Market Understanding เข้าใจตลาดจริง ไม่ใช่ความหวัง (เข้าใจความต้องการลูกค้า)
✔️ Strategic Expansion เลือกขยายอย่างมีกลยุทธ์ (วิเคราะห์ SWOT เลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสม) ปีนี้ขยายในไทยน่าจะท้าทาย ดังนั้นมองโอกาสขยายไปต่างประเทศมากขึ้น
2) แนวโน้มพฤติกรรมลูกค้าและนักลงทุนแฟรนไชส์ในปี 2569
ลูกค้า: ไม่หยุดซื้อ แต่ “เลือกมากขึ้น”
จากมุมมองของ จีโนซิส ผู้บริโภคปี 2569 เปลี่ยนจากการตัดสินใจด้วยอารมณ์หรือกระแส มาเป็นการตัดสินใจแบบมีเหตุผลมากขึ้น
• มอง ความคุ้มค่า มากกว่าความถูก
• ให้ความสำคัญกับ สุขภาพ ความสะอาด และความน่าเชื่อถือ
• เลือกแบรนด์ที่ คุณภาพสม่ำเสมอ มากกว่าร้านที่ต้องลุ้นทุกครั้ง
ผลคือ แบรนด์ที่อยู่ “ตรงกลาง” ไม่ถูกพอ และไม่ต่างพอ จะเริ่มลำบาก
สิ่งที่นักลงทุนแฟรนไชส์สนใจมากขึ้น ได้แก่
• ระบบที่พิสูจน์แล้วว่าทำซ้ำได้ (มีระบบสนับสนุนจากแฟรนไชส์ซอร์)
• ตัวเลขต้นทุนและผลตอบแทนที่สมจริง (มีตัวเลขพิสูจน์ให้เห็น)
• ความสามารถของแบรนด์ในการคุมคุณภาพมาตรฐานหลายสาขา
นี่คือเหตุผลที่จีโนซิสเชื่อว่า จำนวนแบรนด์แฟรนไชส์จะลดลง
ขณะที่ มูลค่าเฉลี่ยต่อแบรนด์ของผู้รอด จะสูงขึ้น และนำไปสู่การซื้อควบรวมกิจการมากขึ้นในระยะถัดไป
3) วิธีวิเคราะห์แนวของ Gnosis: มองแฟรนไชส์ให้ลึกกว่ายอดขาย
จีโนซิสไม่มองแฟรนไชส์จากความดังหรือจำนวนสาขา แต่ใช้กรอบวิเคราะห์ 4 มิติหลัก แนะนำให้แฟรนไชส์ซอร์หรือเจ้าของแบรนด์ และแฟรนไชส์ซีหรือผู้ซื้อสิทธิแฟรนไชส์ นำไปใช้เป็น Checklist ในการตัดสินใจดำเนินธุรกิจในปี 2069
- โมเดลกำไร
• กำไรเกิดจากอะไร
• ถ้ายอดไม่ถึงเป้า ธุรกิจยังอยู่ได้หรือไม่
• ต้องพึ่งโปรโมชันหนักแค่ไหน - ระบบและมาตรฐาน
• SOP ชัดหรือไม่
• ฝึกอบรมแล้วทำได้จริงหรือไม่
• เปิดสาขาใหม่ คุณภาพนิ่งหรือแกว่ง - โครงสร้างต้นทุน
• ต้นทุนต่อหน่วยนิ่งหรือไม่
• ใช้แรงงานมากเกินไปหรือไม่
• มีเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพหรือยัง - ฐานลูกค้าและการซื้อซ้ำ
• มีลูกค้าประจำหรือไม่
• เก็บข้อมูลลูกค้าและดูแลความสัมพันธ์อย่างไร
• ธุรกิจจะยืนได้ไหมถ้ากำลังซื้อสะดุดชั่วคราว
4) ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์ “น่าลงทุน” ในปี 2569
- อาหาร–เครื่องดื่มแบบ “คุ้มค่าและสม่ำเสมอ” เมนูไม่ซับซ้อน ได้แก่ Quick Service Restaurant/Grab&Go, beverage ที่ทำงานเร็ว, อาหารจานเดียว/เมนูชุดที่ควบคุมต้นทุนง่าย
- สุขภาพ + ความสะดวก “เข้าถึงได้จริง” ได้แก่ กายภาพบำบัด, เวลเนสพื้นฐาน, การดูแลผู้สูงอายุ
- บริการจำเป็นในชีวิตประจำวัน ได้แก่ ซ่อมบำรุงบ้าน, ทำความสะอาด, บริการช่าง ฯลฯ

5) ประเภทธุรกิจแฟรนไชส์ที่ “ต้องระวังเป็นพิเศษ” ในปี 2569
- โมเดลแฟรนไชส์ที่ใช้เงินก้อนใหญ่ เช่นร้านพื้นที่ใหญ่, โมเดลที่ต้นทุนคงที่สูง (ค่าเช่า/คน) แต่ยอดแกว่ง
- สูตรพึ่งวัตถุดิบนำเข้าหลัก ๆ และไม่มีทางเลือกซัพพลาย ปรับเมนูและปรับราคาไม่ได้
- ธุรกิจที่ต้องพึ่งกระแส/โปรแรงตลอดเพื่อดึงคนเข้า มักเจอปัญหา “ยอดมี แต่กำไรไม่เหลือ”
บทสรุป แฟรนไชส์ปี 2569
สรุปแบบจีโนซิส ปี 2569 คือปีที่ธุรกิจแฟรนไชส์จะถูกคัดกรองด้วย “คุณภาพของระบบ” มากกว่าความดัง แฟรนไชส์ที่รอดคือแฟรนไชส์ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่า มีความสะดวกและน่าเชื่อถือ ทำซ้ำได้จริง และมีฐานลูกค้าที่กลับมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนแฟรนไชส์ที่ไม่รอดมักเป็นแบรนด์ที่ดังเพราะกระแส แต่ไม่มีกลไกกำไร ใช้แรงงานหนักโดยไม่มีเครื่องมือเพิ่มผลิตภาพ และคุมมาตรฐานสาขาไม่ได้
และนี่คือเหตุผลที่จีโนซิสเชื่อว่าในปี 2569 “จำนวนแบรนด์แฟรนไชส์จะลดลง” เพราะแบรนด์ที่ระบบไม่ถึงจะค่อย ๆ หายไป ขณะที่แบรนด์ที่ระบบแน่นจะยิ่งมีมูลค่า และกลายเป็นเป้าหมายของนักลงทุนหรือการควบรวมกิจการมากขึ้นในระยะถัดไป
#แฟรนไชส์ไทย #แฟรนไชส์น่าลงทุน2569 #แฟรนไชส์น่าลงทุน2026 #ที่ปรึกษาแฟรนไชส์ #จีโนซิส